ยาสามัญประจำบ้าน คือ ชุดยาที่ใช้รักษา บรรเทา หรือป้องกันอาการบาดเจ็บหรือความเจ็บป่วยในเบื้องต้น เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก อาเจียน น้ำมูกไหล เมารถ เมาเรือ เป็นต้น ทุกคนนำมาใช้รักษาตัวเองหรือคนใกล้ชิดเองได้ แต่ละบ้านควรมีชุดยาสามัญไว้อย่างน้อย 1 ชุด ควรเก็บไว้ในที่ที่แห้ง หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง และสะดวกต่อการหยิบใช้ ทุกคนจัดชุดยาสามัญได้ด้วยตัวเองหรือหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์ โดยฉลากยาจะมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ในกรอบสีเขียวมีขนาดตัวอักษรที่อ่านได้ชัดเจน และระบุคำว่า “ยาสิ้นอายุ” เพื่อแสดงวัน เดือน ปี พ.ศ. ที่ยาสิ้นอายุ และควรหมั่นตรวจสอบชุดยาเป็นประจำ หากพบยาที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุควรเปลี่ยนยาเพื่อความพร้อมต่อการใช้งาน

ยา ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบันที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน มีรายชื่อและรายละเอียดดังต่อไปนี้

ยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ

ยาลดกรดอะลูมินาแมกนีเซีย ชนิดเม็ด ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก ลดกรดในกระเพาะอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ภาวะกรดไหลย้อน รับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงหรือหลังอาหาร 1 ชั่วโมง

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-4 เม็ด
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด

ยาลดกรดอะลูมินาแมกนีเซีย ชนิดน้ำ ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก ลดกรดในกระเพาะอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ภาวะกรดไหลย้อน รับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงหรือหลังอาหาร 1 ชั่วโมง และควรเขย่าขวดทุกครั้งก่อนใช้ยา

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-4 ช้อนชา
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา
  • เด็กอายุ 3-6 ปี รับประทานครั้งละ 1/2 -1 ช้อนชา

ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ โซดามินท์ ชนิดเม็ด ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการแสบร้อนกลางอก จุกเสียด อาหารไม่ย่อย รับประทานหลังอาหาร 1 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการ

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 3-6 เม็ด
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1-3 เม็ด

ยาขับลม ชนิดน้ำ ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหาร รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง และควรเขย่าขวดทุกครั้งก่อนใช้ยา

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1/2 -1 ช้อนชา

ยาธาตุน้ำแดง ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหาร รับประทานก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง และควรเขย่าขวดทุกครั้งก่อนใช้ยา

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1/2-1 ช้อนชา

ยาทาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ทิงเจอร์มหาหิงค์ ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อในเด็ก

ปริมาณการใช้ยา

  • ทาบาง ๆ ที่หน้าท้อง วันละ 2-3 ครั้ง

ยาแก้ท้องเสีย

  • ผงน้ำตาลเกลือแร่ ช่วยทดแทนการเสียน้ำจากอาการท้องเสียหรืออาเจียน และภาวะขาดน้ำ ผสมผงน้ำตาลเกลือแร่ 1 ซองกับน้ำสะอาด 250 มิลลิลิตร (1 แก้ว) ดื่มมาก ๆ เมื่อมีอาการท้องเสีย และดื่มทีละน้อยเมื่อมีอาการอาเจียน

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้ง 2 ปีขึ้นไป ดื่มสารละลายเกลือแร่ 1 แก้ว ต่อการถ่ายอุจจาระ 1 ครั้ง หรือเมื่อกระหายน้ำ
  • เด็กอ่อน-เด็กที่มีอายุ 2 ปี ดื่มทีละน้อยสลับกับดื่มนำเปล่าประมาณวันละ 3 ซอง จนกว่าอาการจะดีขึ้น

ยาระบาย

ยาระบายกลีเซอรีน ชนิดเหน็บทวาร ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการขับถ่าย ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ปริมาณการใช้ยา

  • เหน็บทวารครั้งละ 1 แท่ง และรอให้ยาละลายตัวประมาณ 15 นาที

ยาระบายแมกนีเซีย ชนิดน้ำ ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการขับถ่าย ใช้รับประทานก่อนเข้านอนหรือหลังตื่นนอนตอนเช้า

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 30-45 มิลลิลิตร (2-3 ช้อนโต้ะ)
  • เด็กที่มีอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 15-30 มิลลิลิตร (1-2 ช้อนโต้ะ)
  • เด็กที่มีอายุ 1-6 ปี รับประทานครั้งละ 5-15 มิลลิลิตร (1-3 ช้อนชา)

ยาระบายมะขามแขก ชนิดเม็ด ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการขับถ่าย ใช้รับประทานก่อนเข้านอนหรือหลังตื่นนอนตอนเช้า

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 3-4 เม็ด
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด

ยาระบายโซเดียมคลอไรด์ ชนิดสวนทวาร ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการขับถ่าย โดยสวนเข้าทางทวารหนัก และกลั้นไว้จนทนไม่ไหวจึงไปเข้าห้องน้ำ

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ ใช้ครั้งละ 20-40 มิลลิลิตร
  • เด็กอายุ 6-12 ปี ใช้ครั้งละ 10-20 มิลลิลิตร
  • เด็กอายุ 1-6 ปี ใช้ครั้งละ 5-10 มิลลิลิตร

ยาถ่ายพยาธิ

ยาถ่ายพยาธิตัวกลม มีเบนดาโซล ช่วยถ่ายพยาธิได้หลายชนิด เช่น พยาธิเส้นด้าย พยาธิเข็มหมุด พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน และพยาธิแส้ม้า

ปริมาณการใช้ยา

  • พยาธิเส้นด้ายและพยาธิเข็มหมุด ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป รับประทานครั้งละ 1 เม็ด เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน หลังอาหารเย็น 1 ครั้ง
  • พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน และพยาธิแส้ม้า ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป รับประทานครั้งละ 1 เม็ด เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน หลังอาหารเช้าและเย็น ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน อาจรับประทานซ้ำอีก 1 เม็ด เป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังจากการรักษาในครั้งแรก

ยาบรรเทาอาการปวด ลดไข้

แอสไพริน ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดไข้ โดยรับประทานหลังอาหารทันที หรือรับประทานทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการแล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยาในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น กลุ่มอาการไรย์ซินโดรม (Reye’s Syndrome) ซึ่งจะทำให้เกิดอาการบวมที่ตับและสมอง อาเจียน อ่อนเพลีย ชัก และหมดสติ

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด

พาราเซตามอล ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดไข้ โดยรับประทานทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ

ชนิดเม็ด 500 มิลลิกรัม

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1/2-1 เม็ด

ชนิดเม็ด 325 มิลลิกรัม

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 2 เม็ด
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1 เม็ด
  • เด็กอายุ 3-6 ปี รับประทานครั้งละ 1/2 เม็ด

พลาสเตอร์บรรเทาอาการปวด ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยทำความสะอาดที่บริเวณผิวหนังให้สะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนปิดพลาสเตอร์ตรงบริเวณที่มีอาการปวด ควรเปลี่ยนวันละ 1-2 ครั้ง

ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก

ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูกคลอร์เฟนิรามีน ช่วยบรรเทาอาการจากหวัด จาม น้ำมูกไหล อาการคัน ลมพิษ ภูมิแพ้ โดยรับประทานทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด สูงสุดไม่เกินวันละ 12 เม็ด
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1 เม็ด สูงสุดไม่เกินวันละ 6 เม็ด

ยาแก้ไอ ขับเสมหะ

ยาแก้ไอ สำหรับเด็ก ช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง และเขย่าขวดทุกครั้งก่อนการใช้ยา

ปริมาณการใช้ยา

  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 10 มิลลิลิตร (2 ช้อนชา)
  • เด็กอายุ 3-6 ปี รับประทานครั้งละ 5 มิลลิลิตร (1 ช้อนชา)
  • เด็กอายุ 1-3 ปี รับประทานครั้งละ 2.5 มิลลิลิตร (1/2  ช้อนชา)

ยาแก้ไอน้ำดำ ช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง และเขย่าขวดทุกครั้งก่อนการใช้ยา

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 5-10 มิลลิลิตร (1-2 ช้อนชา)
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 2.5-5 มิลลิลิตร (1/2-1 ช้อนชา)

ยาดมหรือยาทาแก้วิงเวียน หน้ามืด คัดจมูก

ยาดมแก้วิงเวียน เหล้าแอมโมเนีย ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม หรือทาบริเวณผิวหนังเพื่อบรรเทาอาการจากพิษของพืชหรือแมลงกัดต่อย โดยใช้สำลีชุบและดมหรือทา

ยาดมแก้วิงเวียน แก้คัดจมูก ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คัดจมูก และหายใจไม่ออก

ปริมาณการใช้ยา

  • สูดดม หรือทาบาง ๆ ที่หน้าอกและลำคอ

ยาทาระเหยบรรเทาอาการคัดจมูกชนิดขี้ผึ้ง ช่วยบรรเทาอาการหวัดและคัดจมูก

ปริมาณการใช้ยา

  • ทายาที่บริเวณลำคอ หน้าอก และหลัง

ยาแก้เมารถ เมาเรือ

ยาแก้เมารถเมาเรือ ไดเมนไฮดริเนท ชนิดเม็ด ช่วยบรรเทาและป้องกันอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือภาวะป่วยที่อาจเกิดจากการเดินทาง เช่น เมารถ หรือเมาเรือ

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 เม็ด ก่อนออกเดินทางอย่างน้อยประมาณครึ่งชั่วโมง

ยาสำหรับโรคตา

ยาหยอดตา ซัลฟาเซตาไมด์ ช่วยรักษาอาการตาแดง ตาอักเสบ

ปริมาณการใช้ยา

  • หยอดครั้งละ 1-2 หยด วันละ 3-4 ครั้ง

ยาล้างตา ช่วยบรรเทาอาการแสบตา ระคายเคืองตา จากฝุ่น ผง ควัน หรือสิ่งสกปรกเข้าตา

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้ล้างตาวันละ 2-3 ครั้ง

ยาสำหรับโรคปากและลำคอ

ยากวาดคอ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ และเจ็บในลำคอในผู้ใหญ่

ปริมาณการใช้ยา

  • เติมน้ำสะอาดปริมาณ 2 เท่าของตัวยา ผสมกันแล้วใช้กวาดคอ

ยารักษาลิ้นเป็นฝ้า เยนเชี่ยนไวโอเลต ช่วยรักษาการติดเชื้อจากเชื้อราที่ผิวหนัง เช่น กลาก น้ำกัดเท้า เชื้อราในช่องปาก เชื้อราในช่องคลอด ฝี มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โรคฝ้าขาวในช่องปาก และใช้ป้องกันการติดเชื้อทางผิวหนังในบาดแผลขนาดเล็ก

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้สำลีหรือไม้พันสำลีแต้มยาแล้วทาบริเวณที่มีอาการวันละ 2-3 ครั้ง

ยาแก้ปวดฟัน ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้ไม้พันสำลีชุบยาแล้วอุดฟันตรงที่เป็นรูหรือมีอาการปวด

ยาอมบรรเทาอาการระคายคอ ช่วยบรรเทาอาการระคายคอ และทำให้ชุ่มคอ

ปริมาณการใช้ยา

  • อมให้ละลายช้า ๆ ครั้งละ 1-5 เม็ด

ยาอมบรรเทาอาการเจ็บคอ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป อมครั้งละ 1 เม็ด ให้ละลายช้า ๆ ในปาก ทุก 2-3 ชั่วโมง

ยาใส่แผลและล้างแผล

ยาใส่แผลทิงเจอร์ไอโอดีน ช่วยรักษาแผลสด

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้สำลีหรือไม้พันสำลีชุบยาแล้วทาที่บริเวณแผล

ยาใส่แผลทิงเจอร์ไทเมอรอซอล ช่วยรักษาแผลสด

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้สำลีหรือไม้พันสำลีชุบยาแล้วทาที่บริเวณแผล

ยาใส่แผลโพวิโดนไอโอดีน ช่วยรักษาแผลสด

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้สำลีหรือไม้พันสำลีชุบยาแล้วทาที่บริเวณแผล

ยาไอโซโพรพิลแอกกอฮอล์ ช่วยทำความสะอาดบาดแผล

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้สำลีหรือไม้พันสำลีชุบยาแล้วทำความสะอาดที่บริเวณรอบ ๆ บาดแผล

ยาเอทิลแอลกอฮอล์ ช่วยทำความสะอาดบาดแผล

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้สำลีหรือไม้พันสำลีชุบยาแล้วทำความสะอาดที่บริเวณรอบ ๆ บาดแผล

น้ำเกลือล้างแผล ช่วยทำความสะอาดบาดแผล

ปริมาณการใช้ยา

  • ใช้สำลีหรือไม้พันสำลีชุบยาแล้วทำความสะอาดที่บริเวณบาดแผล

ยาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ แมลงกัดต่อย

ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อ หรืออาการปวด บวม อักเสบ จากแมลงกัดต่อย

ปริมาณการใช้ยา

  • ทาหรือนวดบริเวณที่มีอาการ

ยาสำหรับโรคผิวหนัง

ยารักษาหิด เหา เบนซิล เบนโซเอต ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ได้แก่ หิด เหา และโลน

ปริมาณการใช้ยา

  • หิด อาบน้ำให้สะอาดและใช้ผ้าหรือแปรงอ่อน ๆ ถูบริเวณที่มีอาการคัน ทายาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ใช้อีกครั้งวันต่อมา
  • เหาและโลน ใส่ยาให้ทั่งบริเวณที่มีเหาหรือโลน ทิ้งไว้ 1 วันแล้วจึงทำควมสะอาด หากเป็นมากให้ใช้ยา 2 ครั้งต่อวัน ตรวจดูอาการเมื่อครบ 7 วัน หากยังไม่หาย ให้ทำซ้ำวิธีเดิม

ยารักษาหิด ขี้ผึ้งกำมะถัน ช่วยรักษาโรคหิด

ปริมาณการใช้ยา

  • ทายาบริเวณที่มีอาการวันละ 2-3 ครั้ง

ยารักษากลากเกลื้อน น้ำกัดเท้า ช่วยรักษากลากเกลื้อน น้ำกัดเท้า

ปริมาณการใช้ยา

  • ทายาบริเวณที่มีอาการวันละ 2-3 ครั้ง

ยารักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง ช่วยรักษาโรคผิวหนังเรื้อรังบางชนิด เช่น เรื้อนกวาง หรือผิวหนังที่เป็นผื่นคัน

ปริมาณการใช้ยา

  • ทายาบริเวณที่มีอาการวันละ 2-3 ครั้ง

ยาทาแก้ผดผื่น คาลาไมน์ ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองของผิวหนังในระดับเล็กน้อย เช่น อาการคัน ปวด ไม่สบายผิว ผื่น ผื่นแพ้พิษพืช ลมพิษ แพ้สารเคมีและเครื่องสำอาง ผิวไหม้หลังจากตากแดด แมลงกัดต่อย

ปริมาณการใช้ยา

  • ทาในบริเวณที่มีอาการวันละ 3-4 ครั้ง และควรเขย่าขวดทุกครั้งก่อนใช้ยา

ยารักษาเกลื้อน โซเดียม ไทโอซัลเฟต ช่วยรักษาเกลื้อน

ปริมาณการใช้ยา

  • เติมน้ำสะอาดและเขย่าขวดให้ตัวยาละลาย ใช้ทาผิวหนังบริเวณที่เป็นเกลื้อน หลังอาบน้ำ หรือวันละหลายครั้ง

ยาบำรุงร่างกาย

วิตามินบีรวม ช่วยบำรุงและเสริมสร้างการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย และป้องกันการขาดวิตามินบี โดยรับประทานหลังอาหารวันละ 1 ครั้ง

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด
  • เด็กอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1 เม็ด

วิตามินซี ช่วยบำรุงและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น กระดูก ฟัน และผิวหนัง และป้องกันการขาดวิตามินซี โดยรับประทานวันละ 1 ครั้ง

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด
  • เด็กที่มีอายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 1 เม็ด

ยาบำรุงโลหิต เฟอร์รัสซัลเฟต ช่วยรักษาโรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็กในผู้ใหญ่

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานหลังอาหารครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

วิตามินรวม ช่วยป้องกันการขาดวิตามินในผู้ใหญ่

ปริมาณการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ รับประทานวันละ 1 เม็ด

น้ำมันตับปลา ช่วยป้องกันการขาดวิตามินเอและวิตามินดี

ปริมาณการใช้ยา

  • ชนิดแคปซูล
    • ผู้ใหญ่ รับประทานวันละ 1 เม็ด
  • ชนิดน้ำ ควรเขย่าขวดทุกครั้งก่อนใช้ยา
    • เด็กอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป รับประทานวันละ 1 ช้อนชา
    • เด็กอายุตั้งแต่ 1-4 ปี รับประทานวันละ 1/2 ช้อนชา
    • เด็กแรกเกิด-1 ปี รับประทานวันละ 1/4 ช้อนชา

อุปกรณ์ฉุกเฉิน ที่ควรมีไว้ใช้ในยามจำเป็น เมื่อเกิดภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติ ได้แก่

  • ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่ ควรแยกเก็บแบตเตอรี่สำรองเพื่อลดการสูญเสียพลังงาน
  • อาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงอาหารที่เสียยากและเก็บไว้ได้นาน ให้มีปริมาณเพียงพอต่อสมาชิกในครอบครัวเป็นเวลา 3 วัน
  • เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ทิชชู่ ถุงขยะ ยาไล่แมลง นกหวีด เป็นต้น
  • เอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชน เงินสด ประวัติทางการแพทย์ของสมาชิกในครอบครัว เป็นต้น
  • หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ในยามฉุกเฉิน เช่น 1669 (ศูนย์นเรนทร) 1691 (ศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาลกรมตำรวจ) หรือ 1554 (หน่วยกู้ชีพ กรุงเทพมหานคร) เป็นต้น

 

ขอขอบคุณข้อมูล : pobpad.com

เครดิต : ฝ่ายสำนักงาน

21