การเดินสายไฟแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันในเรื่องของรูปลักษณ์ซึ่งส่งผลต่อสไตล์การตกแต่งบ้าน การก่อสร้าง งบประมาณ และการซ่อมบำรุง วันนี้เรามีบทความดีๆ เกี่ยวกับการเลือกวิธีการเดินสายไฟให้เหมาะกับบ้านของคุณกันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปดูวิธีการเดินสายไฟนั้น เรามาดูกันก่อนนะคะว่าถ้าเราจะเลือกซื้อสายไฟฟ้า ควรดูที่อะไรบ้าง แล้วสายไฟที่ผ่านมาตรฐานสากลเป็นอย่างไร

เลือกซื้อสายไฟ ควรดูที่อะไรบ้าง?

การเลือกซื้อสายไฟฟ้าจะดูเพียงแค่ ‘ราคา’ อย่างเดียวไม่ได้ เพราะสายไฟเป็นเรื่องของความปลอดภัย อุบัติเหตุที่เกิดจาการชำรุดของสายไฟ อันตรายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ สายไฟที่มีคุณภาพและความปลอดภัยควรมีลักษณะ 4 ข้อ ดังนี้

  1. ทองแดงที่ใช้ทำตัวนำต้องเป็นทองแดงแท้ ไม่มีสิ่งปลอมปนและไม่ใช้ทองแดงรีไซเคิล ตัวนำทองแดงที่มีความบริสุทธิ์ 99% คือ ทองแดงเกรดที่ดีที่สุดสำหรับผลิตสายไฟฟ้า เพราะนอกจากจะมีการนำไฟฟ้าที่ดีที่สุดแล้ว ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย
  2. ตัวนำทองแดง ไม่เปราะ ไม่หักง่าย เพราะทองแดงที่เปราะและหักง่ายเป็นสาเหตุหลักของไฟฟ้าลัดวงจร
  3. ต้องเป็นฉนวนเกรดพรีเมี่ยม มีความทนทาน ทนความร้อนได้ดี เพราะ ฉนวนคือเกราะป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าสู่ผู้ใช้งาน หากใช้สายไฟที่ฉนวนไม่ได้คุณภาพ เราก็จะเสี่ยงอันตรายจากการถูกไฟดูด หรือ เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ได้
  4. เป็นสายไฟที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล เช่น BASEC, UL, KEMA และ SGS ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

สายไฟที่ผ่านมาตรฐานสากลเป็นอย่างไร

สายไฟฟ้าในประเทศไทยมีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งทุกยี่ห้อจะอ้างว่าสายไฟของตัวเองผ่านมาตรฐาน มอก. ซึ่งจริงๆแล้วมาตรฐาน มอก. เป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานของประเทศไทยที่สายไฟทุกยี่ห้อต้องผ่าน จึงจะสามารถผลิตออกมาจำหน่ายได้ ดังนั้นสายไฟในตลาดส่วนใหญ่จะผลิตเพียงเพื่อให้ผ่านมาตรฐานขั้นพื้นฐานนี้เท่านั้น แต่ผู้นำด้านการผลิตสายไฟฟ้าในประเทศไทยที่ผลิตสายไฟที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด จะได้ไม่ได้ผลิตสายไฟเพียงเพี่อให้เพียงผ่านมาตรฐานขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่จะคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยเพื่อให้ผ่านมาตรฐานสากลเลยทีเดียว เพื่อให้สามารถส่งออกสายไฟออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลก ดังนั้นสายไฟที่ได้รับมาตรฐานสากลจึงมีคุณภาพและความปลอดภัยสูงกว่าสายไฟทั่วไปตามท้องตลาด

ตัวอย่างของ มาตรฐานระดับสากล เช่น

– British Approvals Service for Cables : BASEC คือ องค์กรอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไรจากประเทศอังกฤษ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยขของสายไฟฟ้า เป็นมาตรฐานที่มอบให้กับผู้ผลิตสายไฟฟ้าโดยเฉพาะ

– UL คือ องค์กรอิสระระดับโลกที่ตรวจสอบความปลอดภัยทางวิทยาศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มายาวนานกว่า 100 ปี ถือเป็นมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

ดังนั้นหากคุณเลือกใช้สายไฟที่ได้รับใบรับรองจากมาตรฐานสากล คุณก็สามารถวางใจได้เลยทั้งในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย เพราะคุณกำลังเลือกใช้สายไฟที่มีคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

เดินสายไฟแบบฝังผนัง หรือแบบลอยดีกว่ากัน

สิ่งหนึ่งที่มักเป็นคำถามประจำคือ จะเลือกเดินสายไฟแบบฝังผนัง หรือแบบลอยดีกว่ากัน ซึ่งทั้งสองแบบนั้นมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของสไตล์ และงบประมาณที่ใช้ ซึ่งก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันไป การเลือกวิธีการเดินสายไฟใช้จึงต้องพิจารณาถึงความต้องการ และความเหมาะสมให้ดีก่อนทำการติดตั้งค่ะ

การเดินสายไฟแบบฝังผนัง เป็นการเดินสายไฟในท่อร้อยสายไฟ (Electrical Conduit) ที่ฝังไว้ในผนัง ซึ่งทำให้ผนังบ้านดูเรียบร้อย ไม่มีสายไฟให้เห็น แต่ก็มีขั้นตอนในการก่อสร้างที่ยุ่งยาก เพราะต้องมีการวางแผนการก่อสร้างเป็นอย่างดี การซ่อมแซมหรือเพิ่ม-ลดสายไฟทำได้ค่อนข้างยาก ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการเท่านั้น และใช้งบประมาณมากพอสมควร ซึ่งการเดินสายไฟแบบฝังผนัง สามารถฝังได้ทั้งในผนังเบา และผนังก่ออิฐ

การเดินสายไฟแบบฝังผนัง มักจะใช้สายไฟประเภท THW มีลักษณะเป็นสายกลม มีสีต่างๆ ภายในมีลวดทองแดงแกนเดียว ร้อยในท่อร้อยสายไฟ โดยท่อ 1 เส้นสามารถมีสายไฟได้หลายเส้นที่เป็นวงจรเดียวกัน ไม่ควรร้อยสายไฟหลายเส้นต่างวงจรกันในท่อเดียว เพื่อป้องกันความสับสนเมื่อซ่อมบำรุง

การเดินสายไฟแบบลอย สามารถทำได้ทั้งแบบเดินสายไฟในท่อร้อยสายไฟ และการเดินสายไฟแบบตีกิ๊บ ซึ่งจะเห็นสายไฟเป็นเส้นๆ แนบไปกับผนัง การเดินสายไฟแบบลอยจะใช้งบประมาณที่น้อยกว่า และการซ่อมแซมหรือเพิ่ม-ลดสายไฟทำได้ง่ายกว่า แต่ก็ต้องคำนึงถึงการเดินสายไฟให้เป็นระเบียบสวยงาม

·         การเดินสายไฟในท่อร้อยสายไฟแบบลอย

สามารถเลือกใช้ท่อร้อยสายไฟได้ทั้งแบบโลหะ และแบบพลาสติก PVC โดยท่อโลหะจะมีความแข็งแรงทนทาน สามารถโชว์ความสวยงามของท่อได้ ส่วนท่อพลาสติกซึ่งมีราคาประหยัดกว่า แต่ควรทาสีทับท่อเพื่อความสวยงามและกลมกลืนไปกับผนัง ทั้งนี้ การเชื่อมท่อแบบเดินลอยเข้ากับกล่องปลั๊กไฟหรือกล่องสวิตช์ไฟ ต้องคำนึงถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ดี เนื่องจากกล่องปลั๊กไฟและกล่องสวิตช์ไฟจะอยู่บนผนังลอยออกมาเช่นกัน

·         การเดินสายไฟแบบตีกิ๊บ

การเดินสายไฟแบบตีกิ๊บ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า การเดินสายไฟแบบเปิด คือการเดินสายไฟโดยมีเข็มขัดรัดยึดสายไฟเข้ากับผนัง หรือเพดานของอาคาร ทุกระยะประมาณ 10 ซม. ไปยังอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เต้ารับ สวิตช์ ตู้ไฟหรือแผงวงจร รวมถึงดวงโคมไฟฟ้าในจุดต่างๆ สายไฟที่ใช้จะเป็นสายที่หุ้มฉนวนยาง หรือ PVC  โดยทั่วไปที่ใช้ตามบ้านมักจะเป็นสาย VAF มีลักษณะเป็นสายแบนๆ สีขาว ภายในสายจะมีลวดทองแดง 2 แกนหรือ 3 แกน หุ้มด้วยฉนวน 2 ชั้น

การเดินสายไฟแบบตีกิ๊บ นี้มีราคาถูกที่สุดในการเดินสายไฟทุกวิธี เนื่องจากไม่ต้องใช้ท่อร้อยสายไฟ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันช่างที่มีฝีมือในการเดินสายแบบตีกิ๊บก็หายากมากขึ้น เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตในการเรียงสายไฟ รีดสายไฟให้เรียบไปกับผนัง และติดตั้งระยะกิ๊บให้เป็นระเบียบ รวมถึงสายไฟก็มีโอกาสเสียหายได้มากกว่าเนื่องจากไม่มีท่อร้อยสายไฟคอยปกป้อง

โดยสรุปแล้วการเดินสายไฟแบบฝังผนังทำให้บ้านดูเรียบร้อยมากกว่า แต่ก็ต้องใช้งบประมาณที่มากกว่าเช่นกัน และยังต้องมีการออกแบบและการวางแผนการก่อสร้างที่ดี จึงจะได้งานที่สมบูรณ์และไม่ต้องแก้ไขในภายหลัง อย่างไรก็ตามการเดินสายไฟแบบเดินลอย หากเดินสายไฟหรือท่อร้อยสายไฟอย่างเป็นระเบียบ บ้านก็สามารถมีความสวยงามได้เช่นกัน โดยเฉพาะการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟต์ ซึ่งการซ่อมบำรุง และติดตั้งสายไฟเพิ่มเติมทำได้ง่ายกว่า

ขอขอบคุณข้อมูล : https:www.builk.com

เครดิต : ฝ่ายโครงการ

20